แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัจฉริยภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัจฉริยภาพ แสดงบทความทั้งหมด

อ่าน "อัจฉริยะสร้างได้" เขียน Blog ตอนที่ 2 : ความคิดเปรียบเทียบ คนพิการ อัจฉริยภาพ

จากตอนที่ 1 ที่ผมเขียนถึงความคิดส่วนตัว สัมพันธ์กับเนื้อหาภายในเล่ม มาต่อกันตอนที่ 2 (จริงๆ เขียนที่เดียว ยาวเลยก็ได้ แต่ถ้าสไตล์ผม จะไม่ให้ยาวมาก) หลังอ่่านหนังสือ "อัจฉริยะสร้างได้" จบแล้ว กับตัวอย่างของตัวแทนอัจฉริยะในด้านต่างๆ ที่เราเห็นในสังคม ที่มีความรู้สึกสัมผัสได้ และถ้าเป็นไปอย่างที่คุณหนูดีจะสื่อสารว่า ทุกคนสามารถพัฒนาความเป็นอัจฉริยภาพได้ ในด้านที่ถนัด หรือด้านอื่นๆ ผมก็มีความคิดว่า คนพิการ ก็น่าจะเรียกได้ว่า เป็นบุคคลอัจฉริยะ เช่นกัน ผมขอลองเปรียบเทียบเลยละกันนะครับ

จาก หน้าที่ 24 อัจฉริยะหลายประการ มีอะไรบ้าง ซึ่งจะมีอยู่ 8 ด้าน ผมขอแสดงความคิดเหนว่า คนพิการน่าจะพอมีพื้นฐาน หรือโดนไฟต์บังคับ ให้เป็นอัจฉริยะด้านการเข้าใจตนเอง ได้นะครับ .....อ่านต่อ
.
.

อ่าน "อัจฉริยะสร้างได้" เขียน Blog ตอนที่ 2 : ความคิดเปรียบเทียบ คนพิการ อัจฉริยภาพ

จากตอนที่ 1 ที่ผมเขียนถึงความคิดส่วนตัว สัมพันธ์กับเนื้อหาภายในเล่ม มาต่อกันตอนที่ 2 (จริงๆ เขียนที่เดียว ยาวเลยก็ได้ แต่ถ้าสไตล์ผม จะไม่ให้ยาวมาก) หลังอ่่านหนังสือ "อัจฉริยะสร้างได้" จบแล้ว กับตัวอย่างของตัวแทนอัจฉริยะในด้านต่างๆ ที่เราเห็นในสังคม ที่มีความรู้สึกสัมผัสได้ และถ้าเป็นไปอย่างที่คุณหนูดีจะสื่อสารว่า ทุกคนสามารถพัฒนาความเป็นอัจฉริยภาพได้ ในด้านที่ถนัด หรือด้านอื่นๆ ผมก็มีความคิดว่า คนพิการ ก็น่าจะเรียกได้ว่า เป็นบุคคลอัจฉริยะ เช่นกัน ผมขอลองเปรียบเทียบเลยละกันนะครับ

จากหน้าที่ 24 อัจฉริยะหลายประการ มีอะไรบ้าง ซึ่งจะมีอยู่ 8 ด้าน ผมขอแสดงความคิดเหนว่า คนพิการน่าจะพอมีพื้นฐาน หรือโดนไฟต์บังคับ ให้เป็นอัจฉริยะด้านการเข้าใจตนเอง ได้นะครับ

อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเอง (หน้า 102-123) :

ซึ่งคุณหนูดีได้เขียนไว้ว่า "หนูดีเชื่อว่า อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนนี้สำคัญที่สุดในกระบวนการอัจฉริยภาพทั้งหมดทัี่มนุษย์จะพึงมีได้" ในหน้า 104 ชัดเจนมากครับสำหรับ "คนพิการ" เนื่องจากคนพิการ ในความคิดผม มองในจุดที่ให้อธิบายให้ตรงกับอัจฉริยภาพด้านนี้ คือสามารถแบ่งคนพิการได้ 2 ลักษณะ 1. พิการแต่กำเนิด และ 2. พิการภายหลัง

คนพิการทั้ง 2 ลักษณะนี้นั้น ต้องอยู่กับตัวเองพอสมควร จนกว่าจะยอมรับความพิการที่ตัวเองต้องเป็น คนพิการที่ยอมรับตัวเองได้เร็ว ก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุข สร้างรายได้ให้ตัวเอง และครอบครัวได้เร็วกว่าคนพิการทที่ยอมรับตัวเองได้ช้า ซึ่งต้องยอมรับว่า ต่างคน ต่างที่มา ต่างความคิด คงใช้เวลาแตกต่างกันไป ดังนั้น ถ้าคนพิการ หรือญาติๆ ได้มาอ่านบทความที่ผมเขียนนี้ ลองบอกคนพิการที่ท่านรู้จัก หรือเป็นญาติ ลูก หลาน เลยว่า "ถ้าเข้าใจตัวเอง ยอมรับตัวเองได้ ไม่ธรรมดานะเนี่ย ถือว่าเป็นคนอัจฉริยะ เลยนะเนี่ย" เอาแบบว่า ให้ฮา กันไปเลย

เล่าให้ฟังว่า ผมเคยคุยกับพี่ ที่เป็นคนพิการภายหลัง เหมือนกับผม ได้ข้อสรุปเชิงตัวเลข ได้ว่า
  • ถ้าคนไหน พิการภายหลังตอนอายุยังน้อย กว่าจะยอมรับตัวเองได้ จะใช้เวลามาก
  • แต่ถ้าพิการตอนอายุมากแล้ว จะยอมรับตัวเองได้รวดเร็วกว่า ใช้เวลาน้อย
ก็คนอายุน้อย ก็ต้องคิดเยอะครับ ยังไม่ได้เที่ยว ยังไม่ได้เรียน ยังไม่เคยทำ ยังไม่เคยมีแฟน ยังไม่เคย......เต็มไปหมด ก็รู้สึกเสียดาย รู้สึกหดหู่ และคงรู้สึกว่า ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณบุพการีเลย ก็มาเป็นอย่างนี้ อารมณ์ประมาณนี้ หวังว่าเพื่อนๆ คงเข้าใจนะครับ ส่วนคนอายุมากแล้ว ก็ได้ทำ ได้ใช้ชีวิตมากกว่า ก็คงปลง ได้เร็วกว่า ถือว่าทฤษฎีนี้ ผมกับพี่ๆ อีกหลายคคนช่วยกันทั้ง Confirm ทั้ง ฟันธง ให้เลย

ดังนั้นแล้ว ผมก็นึกๆ ทึกทักเอาเองว่า คนพิการต้องผ่านตัวเอง ต้องอยู่กับภาวะที่ต้องคิดให้ได้ว่า ตัวเองพิการอะไร เหลือเท่าไหร่ และต้องประยุกต์ใช้อย่างไร จึงจะสามารถดำรงชีวิตให้อยู่ในสังคมได้ สร้างรายได้ให้ตัวเองได้ คงต้องอยู่กับตัวเองมากพอสมควร ครับ


บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับแรกครับ