แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรีดา ลิ้มนนทกุล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรีดา ลิ้มนนทกุล แสดงบทความทั้งหมด

2020-01-14_บทความชุด "ฉันอ่าน" ตอนที่ 1 ต้นเหตุของการพิมพ์บทความชุด "ฉันอ่าน" @ 14 มกราคม 2563

สวัสดีครับทุกท่าน สำหรับบทความชุด "ฉันอ่าน" จะถูกนำเผยแพร่ 2 เว็บไซต์ คือ https://booktoblog.blogspot.com/  และ http://preedanoikendezu.blogspot.com/ แต่ผมจะพิมพ์เนื้อหาหลักในเว็บ "อ่าน Book เขียน Blog" เนื่องจากมี 2 อารมณ์ในบทความคือ เกิดจากการอ่าน แต่รวมการใส่อารมณ์ ความคิดส่วนตัวในลักษณะการวิเคราะห์เข้าไปด้วยครับ คราวนี้เรามาถึงต้นเหตุจริงๆ ของการนำเสนอบทความชุดนี้ สืบเนื่องจาก ส่วนตัวเป็นคนขี้สงสัย สงสัยแล้วก็มักหาคำตอบ เช่น ชอบถาม หรือค้นคว้าเพิ่มเติมจนได้คำตอบ นั่นคือการอ่าน นั่นเอง ยิ่งในยุคดิจิตอลนี้ด้วยแล้ว "การถาม" ลดลงไปมาก แต่ "การอ่าน" เข้ามาทดแทนอย่างมากที่สุด ไม่รู้อะไรถามอากู๋ Google ได้ทันที

แต่การสงสัยนี่สิ เดี๋ยวนี้พอ สงสัย 1 เรื่อง สะสมความสงสัยไปอีกหลายเรื่อง เลยกลายเป็นสงสัยแบบองค์รวม เมื่อได้คำตอบจากการสงสัย 1 เรื่อง สะสมจนหลายเรื่อง แต่บังเอิญว่า คำตอบที่ได้จากอีกเรื่องดันไปตอบข้อสงสัยของอีกเรื่องได้ด้วย เลยยิ่งสงสัยเพิ่มเข้าไปใหญ่ แน่นอนว่าหลายๆ เรื่อง พอเราได้คำตอบมา เลยอาจจะกลายเป็นทางออกของปัญหา หรือกลายเป็นข้อเสนอแนะได้เช่นกันครับ ผมจึงอยากเล่าถึง "ความสงสัย" ที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทความชุดนี้ครับ ดังนี้

  1. ผมเคยสงสัยว่าทำไม แม่น้ำเจ้าพระยาถึงสั้นจังกว่าแม่น้ำหลายสายในประเทศไทย และผมก็ยังสงสัยอีกว่า
  2. ทำไมน้ำเค็มถึงดันขึ้นมาถึงจังหวัดปทุมธานีได้ ในช่วงหน้าแล้ง เช่น ช่วงเวลานี้ที่ผู้เขียนกำลังพิมพ์บทความอยู่ ปี 2563 ที่ว่ากันว่า ประเทศไทยจะแล้งที่สุดในรอบ 40 ปี
  3. ผมสงสัยตกค้างมานานแล้วว่า ทำไมคลองบางคลองในไทยถึงได้ใหญ่โต
  4. อีกข้อสงสัยของผมคือ ทำไมตรงบริเวณเกาะเกร็ด ถึงได้เป็นเกาะเกร็ด ธรรมชาติสร้างเกาะเกร็ดมาเองเลยหรือ ช่างมหัศจรรย์จัง
  5. ผมอาศัยอยู่บางบัวทอง ซึ่งใกล้บางใหญ่ ทำไมในเวิ้งบางใหญ่ถึงมีวัดเยอะมากๆ 
  6. เหตุใดการขุดค้นพบซากเรือสำเภาแถวบริเวณไทรม้า จากการจุดตอหม้อทำรถไฟฟ้า ซากเรือสำเภามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง
  7. ทำไมคูคลองในเขตกรุงเทพฯ และนนทบุรี ถึงเยอะมากมาย
  8. การงมหาสมบัติแถวบริเวณคลองต่างๆ ในเขตนนทบุรี ถึงพบวัตถุโบราณเยอะ

ซึ่งการสะสมความสงสัยโดยประมาณ 8 ข้อที่ได้แบ่งปันไว้นั้น เป็นความสงสัยสะสม สงสัยบางเรื่อง สงสัยตั้งแต่เด็ก บางเรื่องพึ่งสงสัยไม่ถึง 1 เดือน ดังนั้น สำหรับความสงสัยแบบองค์รวมนี้ หรือ ผมขอเรียกว่า "ความสงสัยรวม" แทนละกันนะครับ ผมจะได้ทยอยพิมพ์ให้ได้อ่านในตอนต่อๆ ไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้อ่าน สงสัยตามๆ ผมไปก่อน แล้วมาหาคำตอบ เพื่อตอบความสงสัย ไปที่ละเปราะ ร่วมกัน และหวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกๆ ท่านด้วยนะครับ

คีย์เวิร์ดสำคัญสำหรับตอนที่ 2 ก็คือ "การขุดคลอง" ผมไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องการขุดคลองสักกี่ตอน ขึ้นกับหลายปัจจัย แต่ตอนที่ 2 ผมขอตั้งชื่อบทความว่า "ตอนที่ 2 การขุดคลองที่ส่งผลต่อแม่น้ำเจ้าพระยา" และเพื่อให้บทความนี้ เป็นบทความกึ่งวิชาการ ผมจะอ้างอิงลิงก์บทความ หรืออ้างอิงหนังสือที่ได้อ่านมาประกอบการเขียนบทความ ให้ได้ทราบกัน ซึ่งบทความชุดนี้ก็จะได้เป็นต้นแบบของผลงานสาธารณะที่ผมจะเริ่มทำขึ้นมาไว้เป็นประโยชน์สาธารณะ ที่ผมคาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการลงมือทำครับ




โดยปกติผมจะต้องมีภาพประกอบ จึงขอนำเอาภาพน่ารักๆ ที่ภรรยาแอบถ่ายไว้ มาแปะบนบทความตอนที่ 1 นี้ เป็นภาพตอนที่ผมนอนแล้ว ซึ่งผมนอนท่านี้ประจำมากว่า 18 ปีแล้ว ผมไม่ได้นอนหงายแบบคนปกติทั่วไป อารมณ์และความจำเป็นเรื่องนี้จะแบ่งปันในโอกาสที่เหมาะสม แต่เพราะนอนท่านี้ละครับ ทำให้ผมไม่ลดละความพยายามที่จะพิมพ์บทความให้ได้อ่านกันตลอดเวลา เช่นเคยนะครับ กับแนวคิดสำคัญของผมที่คิดว่า

"หากบทความแต่ละบทความจะเป็นประโยชน์กับใครสักคนเพียง 1 คน ก็คุ้มค่ากับการลงมือทำของผมแล้วครับ"



พิมพ์เมื่อ 14 มกราคม 2563

อ่าน "กาลานุกรม": ตอนที่ 1: ในชีวิตจริงการจะใช้ชีวิตก็ควรต้องเตรียมต้นทุนให้กับชีวิตเหมือนกันครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง แม้แต่ชื่อก็จำไม่ได้ แต่วลีเด็ดในหนังสือเล่มนั้น ผมกลับจำขึ้นใจว่า "มนุษย์กำลังเจริญสู่ความหายนะ" เนื้อหาก็จะนำให้เราเข้าใจไปในทิศทางถึงความเป็นไปของโลกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเชื่อมโยงอดีต บรรพบุรุษ เทคโนโลยี และอนาคต ให้สอดคล้องกัน เรียกว่า อ่านแล้ววางไม่ลง ม้วนเดียวจบ และผมก็เชียร์ให้คนรอบข้างอ่าน ยัดเยียดให้คนรอบข้างยืมไปอ่าน จนปัจจุบันสูญหายไปแล้ว มีหนังสอหลายเล่มที่สูญหายไป และพยายามหาซื้อก็ไม่มีแล้ว

หรือว่าส่วนตัวชอบอ่านแนวประวัติศาสตร์ก็ไม่แน่ใจ รวมถึงภาพยนตร์ก็ชอบด้วยครับ จนเมื่อหลายปีก่อนผมได้มีโกาสรู้จักหนังสือเล่มหนึ่งจากพี่ที่สนิทกัน ชื่อว่า "กาลานุกรม" รายละเอียดน่าสนใจมาก ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) เป็นผู้จัดทำ ความเป็นมาของ "กาลานุกรม พระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก" น่าสนใจ จึงขอนำข้อความที่มาจากเว็บไซต์ที่มีผู้นำมาแบ่งปันไว้แล้วดังนี้



ชื่อหนังสือ : กาลานุกรม พระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก
ผู้แต่ง : พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต)
พิมพ์ครั้งที่ ๖/๔
จัดพิมพ์โดย : กองทุนเกื้อโลกและหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
ขนาด : ๒๔.๒*๑๗.๒ เซนติเมตร
จำนวนหน้า : ๒๘๘ หน้า
ลักษณะ : ปกอ่อน สันโค้ง พิมพ์ ๔ สีทุกหน้า

เนื้อหาบางตอน...
ความเป็นมาของกาลานุกรมมีผู้เคยเล่าไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ ในโอกาสที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) แห่งวัดญาณเวศกวัน จะตีพิมพ์หนังสือ "จาริกบุญ-จารึกธรรม" ท่านได้มองเห็นว่าหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหามาก ทำให้เล่มหนาเกินไป จึงดำริที่จะจัดปรับและตัดบางส่วนลดขนาดลง พร้อมกับคิดว่าน่าจะจัดทำกาลานุกรม ลำดับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา มาพิมพ์ไว้ต่อท้ายเป็นภาคผนวกของหนังสือจาริกบุญ-จารึกธรรม จะได้ช่วยให้ผู้อ่านได้ความรู้ความเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้

ปรากฏว่าพอดำเนินการไปแล้ว กาลานุกรมนั้นกลับมีความยาวมาก ประกอบกับหนังสือ “จาริกบุญ-จารึกธรรม” แม้จะจัดปรับใหม่แล้วก็ยังหนาอยู่ ถ้าใส่กาลานุกรมต่อท้ายเข้าไปก็จะหนาเกินสมควรจนไม่น่าอ่าน
ในที่สุดจำเป็นต้องเลือกพิมพ์เฉพาะหนังสือจาริกบุญ-จารึกธรรม อย่างเดียว ส่วนกาลานุกรมที่เสร็จแล้ว ได้เก็บไว้เฉยๆ

“กาลานุกรม พระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก" (Chronology of Buddhism in World Civilization) เป็นหนังสือภาพที่เรียบเรียงเหตุการณ์ในพระพุทธศาสนาและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องในชมพูทวีป ตั้งแต่ยุคก่อนพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ มีทั้งการสร้างสรรค์และการทำลาย โดยมีภาวะจิตใจและภูมิปัญญาของมนุษย์แฝงเร้นอยู่เบื้องหลัง

รวมความแล้วในด้านหนึ่งหนังสือนี้เป็นประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา อีกด้านหนึ่งบอกเล่าอารยธรรมของมนุษยชาติควบคู่กันไป เป็นประโยชน์ทั้งในแง่ความรู้ บทเรียน และเครื่องปรุงของความคิดให้นำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการนำอารยธรรมไปสร้างสันติสุขอันถาวร

รายละเอียดในการร่วมสมทบ
https://www.facebook.com/bookclub.bia/app_117531781690494

สามารถดาวน์โหลดได้ที่ 
http://www.watnyanaves.net/uploads/File/books/pdf/chronology_of_buddhism_in_world_civilisation.pdf


อ้างอิงที่มาของเนื้อหาและการดาวน์โหลดที่ลิงก์ https://www.facebook.com/bookclub.bia/photos/?tab=album&album_id=565565810141548

ผมคงทยอยอ่านหนัสือเล่มนี้ และจะนำมาแบ่งปันตามที่ตัวเองอยากแนะนำในบางเรื่องที่ผนวกเข้ากับความรู้เดิม ในโอกาสหน้าจะนำหนังสือที่ตนเองมีแนวคิดในการเขียนมาแบ่งปันอีกด้วยครับ โดยขยอเตรียมเนื้อหาให้สมบูรณ์มากขึ้นก่อนครับ

พิมพ์เมื่อ 20 มิถุนายน 2559

ชม Clip แชร์ Blog: ผมเริ่มชอบหนังสั้นขึ้นมาอย่างมากหลังจากได้ดูหนังสั้นดีๆ ใน Youtube ขอฝากเรื่อง "Human Relation" แบ่งปันกันดูครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ 2 วันมานี้ถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัวที่ควบคู่กับการทำการบ้านปริญญาโท ควบการพิมพ์บทความจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นหน้าที่ แต่ช่วงหลังนี้ต้องเลือกพิมพ์เฉพาะบทความที่ไม่เครียด ผ่อนคลายแทน ไม่งั้นไม่ไหวครับ เริ่มเข้าใจรุ่นพี่คนหนึ่งเล่าว่า ตอนเรียนรายวิชาเสร็จ จะบ้าหากต้องทำ Thesis ต่อทันที ผมเริ่มเห็นด้วย เพราะซัมเมอร์นี้ดันลงเรียน 2 รายวิชา ตั้งแต่เรียนโทมาตขาสั้นลงเลยครับ ยังไม่ได้ไปวัดสายตาใหม่ และก็นอนไม่ค่อยครบ กะว่าเดือนหน้าจะนอนให้ครบๆ สักครึ่งเดือนแล้วค่อยลุย Thesis ครับ ไปๆ มาๆ ยังไม่ได้พูดถึงคลิปหนังสั้นเลย

เข้าเรื่องดีกว่า คือผมได้มีโอกาสดูหนังสั้นเรื่อง "รักโง่ๆ" แล้วได้แนะนำเพื่อนๆ ในบล็อก "ความคิดเห็นของปรีดา" ก็เลยต่ออีกนิดจนได้ดูหนังสั้นเรื่อง "Human Relation" แล้วรู้สึกชอบ แถมตอนท้ายท่าน ว.วชิรเมธี ยังได้มาให้ข้อคิดอีกด้วย อยากให้หนังสั้นแบบนี้ลงไปอยู่ในจอทีวีมากๆ ไม่รู้จะเป็นไปได้ไหม เพื่อนๆ ลองดูเอาเองนะครับ ไม่เล่าให้อ่าน เดี๋ยวไม่สนุกครับ แค่ 10 กว่านาที ลองเสียเวลาดูกันนะครับ

 

ขอให้มีความสนุกกับหนังสั้นเรื่องนี้นะครับ หากมีจังหวะจะนำมาแบ่งปันเรื่อยๆ ครับ

พิมพ์เมื่อ 14 กรกฎาคม 2556

อ่าน "คำจีนสยาม" : หนังสือประวัติศาสตร์ภาษาที่น่าสนใจมาก อ่านเพลิน ได้ความรู้มากมาย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมไม่ได้อัพเดทบทความการอ่านหนังสือ มานานเกือบ 1 ปี อันที่จริงแล้วก็ได้อ่านหนังสือเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก แต่เวลาที่จะพิมพ์มีน้อยลง จากหลายสาเหตุ รวมถึงการที่ได้มีโอกาสรับทุนเรียนปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการออกแบบภายใน ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพด้วย ผมทิ้งการเรียนมานานจึงหนักสำหรับคนอายุ 40 ปี แต่เมื่อมาเรียนแล้วกลับชอบมาก จึงตั้งใจมากๆ ครับ

เข้าเรื่องดีกว่า คือผมได้ไปประชุมที่ ศูนย์เพื่อนไทยพีบีเอส สถานีไทยพีบีเอส เกี่ยวกับโครงการ Media Monitor และระบบฐานข้อมูลการแสดงความคิดเห็นของผู้ชม-ผู้ฟังไทยพีบีเอส แต่ผมไปก่อนเวลา จึงได้ไปแวะที่ห้องสมุด ซึ่งน่าเข้าอ่านมากๆ มีคอมพิวเตอร์+เน็ต ให้ใช้ด้วยครับ ตามองไปที่ชั้นหนังสือใหม่ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ที่ตั้งใจว่าน่าจะเจอหนังสือดีๆ มองไปเห็น "คำจีนสยาม" จึงให้น้องผู้ช่วยรีบหยิบมาอ่าน เพลินมาก อ่านสนุก เป็นเนื้อหาถึงประวัติความเป็นมาของคำจีนที่ถูกใช้มาตั้งแต่อดีต และแทบจะอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างกลมกลืน

ดั่งคำกล่าวที่ว่า "การเรียนรู้ภาษา ต้องเรียนรู้วัฒนธรรม" ด้วย ผมว่าจริงแท้แน่นอน เพราะว่า หนังสือเล่มนี้ได้ท้าวความตั้งแต่สมัยมีการบันทึกถึงราชวงศ์แรกของจีน ราชวงศ์เซี่ย ซาง และโจว กว่า 4,500 ปีมาแล้ว เนื้อหาอิงประวัติศาสตร์อย่างมากให้เราจินตนาการตามไปว่า ในประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่อดีตมีสงครามมาตลอด และสงครามระหว่างชนชาตินี้ ทำให้มีการย้ายถิ่นฐานหนีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปเรื่อยๆ วัฒนธรรม ภาษา ก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มาเรื่อยๆ จนคนจีนมาใช้ชีวิตในประเทศสยาม

เนื้อหาในส่วนนี้ตั้งแต่เปิดอ่านจนถึงหน้าที่ 45 น่าติดตาม น่าสนใจ ตลอด อาจเป็นเพราะว่าผมชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ชาวฮั่นเหยียดหยาม ชนชาติ "หนาน" จึงเรียนชนชาติหนาน อย่างดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งมีการอนุมานว่า คำว่า "หนาน" อาจจะเป็นที่มาของคำไทยว่า "มัน" เราจะใช้ "มัน" เมื่อเราเริ่มจะเรียกใครแบบดูถูกเหยียดหยามเช่นกัน เป็นต้น




ปกหน้าครับ


ปกหลังครับ





ลองเอาคำนำมาให้อ่านครับ

ผมว่าถ้าพอมีเวลา เพื่อนๆ คนไหนสนใจประวัติศาสตร์จีน หรือด้านภาษา น่าหามาอ่านนะครับ สนุกมากครับ เวลาเรารู้ความเป็นมาอะไรแล้ว เหมือนเราจะมีเกร็ดเกล็ดน้อยในสมอง เอาไว้เล่า หรือเล่นมุขได้เยอะมากขึ้นนะครับ หากได้อ่านแล้ว รู้สึกอย่างไรก็นำมาแบ่งปันได้นะครับ


พิมพ์เมื่อ 29 ธันวาคม 2555





บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับแรกครับ